goto Service link


Sub Navigation Bar


Contents


  • ห้องเอกสารนโยบาย

จดหมายของฮวังไม
작성자 : 다울림 등록일 : 10-07-26 13:19
뷰어다운로드

ล่าสุดจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของชาวเวียดนาม ทัสทีฮวังอก เมื่อ วันที่ 5 เดือนกรกฏาคม ค.ศ. 2010 จึงทำให้ต้องย้อนกลับมามองสังคมแห่งความเป็นจริงของประเทศเกาหลีอีกครั้ง โดยที่ทำให้เข้าใจถึงความเจ็บปวดทุกข์ทรมานของผู้เสียชีวิต ทัสทีฮวังอก และก็ไม่เคยที่จะคาดคิดว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นซ้ำอีก เนื่องจากได้มีเหตุการณ์ของ ฮวังไม ภรรยาชาวเวียดนามซึ่งถูกปลดชีวิตโดยสามีชาวเกาหลีเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2007 ที่ผ่านมา และก่อนวันที่เธอจะถูกปลดชีวิตเพียงหนึ่งวันเท่านั้น เธอก็ได้เขียนจดหมายทิ้งไว้ให้แก่สามีของตนเองอีกด้วย โดยเหตุการณ์เหล่านี้เป็นการพิพากษาจากศาลยุติธรรมแห่งประเทศเกาหลี ( เสนอเหตุการณ์เมื่อวันที่ 13เดือนมีนาคม ค.ศ. 2008)

 

 

จดหมายของฮวังไม

 

ความสัมพันธ์ของคุณและฉันเป็นอะไรที่เศร้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากการมาประเทศเกาหลีของฉันยังไม่นานเท่าไหร่ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่แน่นอนที่ฉันจะไม่สามารถรู้และเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนเกาหลีทั่วๆ ไปได้  คุณรู้ใหมคะว่า ในประเทศเกาหลีก็เช่นเดียวกัน เมื่อภรรยาของตนเองดูท่าทางไม่มีความสุข ผู้ที่เป็นสามีก็ต้องถามถึงเหตุผลว่าทำใม เพราะว่ามันเป็นหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบไม่ใช่เหรอ  แต่ว่าในที่สุดทำใมผู้ที่เป็นสามีจะต้องโกรธภรรยาด้วย

 

และฉันก็คิดว่าเมื่อเรามีเรื่องที่ยากลำบากก็จะต้องปรึกษาและทำความเข้าใจกัน โดยที่จะต้องถนุถนอมภรรยาให้มากที่สุด  (ละเว้น) คุณรู้ใหมคะว่า การที่ฉันเป็นผู้หญิงและเป็นภรรยาคนหนึ่งฉันจึงพยายามเข้าใจว่าคุณเหนื่อยและเบื่อกับงานของคุณ  โดยที่ฉันพยายามจะทำดีที่สุดเพื่อชีวิตและครอบครัวที่ดีขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า  

 

ฉันมีเรื่องอยากที่จะพูดคุยกับคุณมากมาย แต่ฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำใมคุณถึงต้องกีดกันไม่ให้ฉันไปเรียนภาษาเกาหลีด้วย  ฉันอยากจะพูดคุยกับคนอื่นบ้าง และเพื่อเป็นการดูแลคุณเป็นอย่างดี ฉันก็อยากจะรู้ว่าคุณอยากจะกินหรืออยากจะดื่มอะไร และเมื่อคุณออกไปทำงานข้างนอก ฉันก็อยากจะถามคุณว่า คุณไปทำงานอะไร กินอะไร สุขภาพเป็นอย่างไร หรือว่านอนหลับสบายดีใหม  ฉันพยายามที่จะทำให้คุณมีความสุข  แล้วฉันก็หวังว่าคุณจะสอนฉันได้เป็นอย่างมาก แต่ในที่สุดฉันก็กลายเป็นว่าฉันทำให้คุณกังวลมากเกินไป

 

การมาประเทศเกาหลีของฉัน ฉันก็หวังว่าฉันจะมีชีวิตที่อบอุ่นและมีความสุขกับคุณ โดยที่มีบทสนทนาที่สนุกสนาน และเมื่อต้องพบกับเรื่องที่ยากลำบากต่างคนต่างก็เชื่อถือและให้กำลังใจกันซึ่งกันและกัน แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ตามกับกลายเป็นว่าฉันทำให้คุณไม่พอใจ และก็ไม่สามารถที่จะทำให้อดทนกับความโกรธได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมา คุณก็จะพูดถึงเรื่องหย่าร้างกัน ถ้าการทำปฏิกิริยาเหมือนกับคุณ ไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่สามารถจะพูดเรื่องที่อยู่ในใจได้อย่างสบายหรอก และคุณก็ไม่รู้หรอกว่าการสร้างครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากมายแค่ไหนในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเมื่อดีก็จะพูดได้ว่าแต่งงานกันและถ้าไม่ดีก็จะพูดได้ว่าหย่าร้างกัน และการที่คุณทำอย่างนั้น คุณก็ช่างเป็นสามีที่ไม่ดีพอสำหรับคนๆ หนึ่ง  แน่นอนที่ฉันมีอายุน้อยกว่าคุณมาก แต่ฉันก็เข้าใจเกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของการแต่งงาน ที่จะต้องทำความเข้าใจว่าเมื่อคนๆหนึ่งจะสร้างครอบครัวได้นั้น ไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่สามารถจะสมบูรณ์แบบไปซะทุกๆ อย่างหรอก

และก็แน่นอนที่ว่าเมื่อสามีถรรยาไม่เข้าใจกันโดยที่ต่างคนต่างฝ่ายก็มีบาดแผลในใจที่มากมายนั้น ในที่สุดก็ต้องมีการหย่าร้างกันไป  เมื่อเราพยายามที่จะเข้าใจและให้เกียรติถึงความรู้สึกของคนๆหนึ่ง แต่คนที่จะต้องทำความเข้าใจนั้นกลับปิดใจที่จะเข้าใจกับทุกๆ สถานการณ์ จึงทำให้เกิดความไม่พอใจและทำให้เหตุการณ์นั้นผ่านไปโดยไม่มีความความหมายใดๆ เลย และฉันก็เข้าใจว่าคนเราทุกๆคนนั้นต่างมีความทรนงและมีคำตอบที่ถูกต้องของตนเอง แต่ว่าชีวิตคู่นั้นมันจะทำให้เราไม่มีความสุขและจะทำให้ไม่มีความมั่นคงไปโดยตลอด ซึ่งใครๆ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจได้  (ละเว้น) เมื่อคุณแต่งงานกับฉันแล้ว ยังไงฉันก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ร่วมกับผู้หญิงอีกมากมาย ซึ่งเมื่อคุณคิดว่าดีแล้วคุณก็เลือก แต่ว่าถ้าคุณคิดว่าไม่ดีคุณก็ไม่เลือก

คุณรู้ใหมคะว่า ก่อนที่ฉันจะแต่งงานกับคุณ ฉันได้เข้าไปทำงานในเมืองโฮจิมิน และในขณะที่คุณมาที่บ้านของฉันครอบครัวของเรากำลังประสบปัญหาเป็นอย่างมาก ฉันจะต้องออกไปทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวและงานที่ฉันทำนั้นก็หนักและเหนื่อยมาก  แต่ว่าเงินเดือนที่ได้รับนั้นไม่ได้มากมายอะไรเลย  และฉันก็ได้ไปทำงานเป็นแรงงานที่จำเป็นด้วย งานนั้นเหนื่อยมาก งานเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงสัตว์หรือว่าทำนาก็ตาม..... คนในครอบครัวทุกคนต้องทำนาปลูกข้าวและเกี่ยวข้าว ในประเทศเวียดนามนั้น จะต้องทำงานมากมายขนาดนั้นถึงจะพอเพียงกับการหาของกินและการซื้อเสื้อผ้า เพราะฉะนั้นเมื่อฉันมาประเทศเกาหลีฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรต่อไปอีกแล้ว ฉันก็เพียงแต่จะให้คุณเข้าใจฉันบ้าง  เพราะว่าฉันก็เคยทำงานมาแล้ว ฉันก็เข้าใจว่าการทำงานนั้นจะต้องทำอย่างไรแล้วก็เหนื่อยมากมายแค่ไหน แต่ว่าเมื่อฉันจะต้องกลับประเทศเวียดนามไปฉันก็จะไม่รู้สึกน้อยใจจากคุณหรอก และฉันก็หวังว่าคุณจะได้พบเจอกับผู้หญิงที่เข้าใจคุณและรักคุณเป็นอย่างดี ที่ไม่ใช่ฉัน และก็หวังว่าคุณจะมีชีวิตที่ดีและสร้างแต่สิ่งที่ดีๆ ตามความฝันของคุณให้ได้

และเมื่อฉันเดินทางกลับไปประเทศเวียดนาม ฉันก็จะตั้งใจทำงานอีกครั้งเพื่อพ่อแม่ที่ดูแลเลี้ยงดูฉันมาเป็นอย่างดี และทั้งหมดนี่ก็คือความหวังของฉันในตอนนี้ เพราะว่าคุณและฉันต่างคนต่างเชื้อชาติ เมื่อฉันมาประเทศเกาหลีคนที่ฉันจะพูดคุยด้วยก็มีแต่คุณเพียงเท่านั้น.... ใครจะคิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ได้ เหมือนกับว่าพระเจ้าล้อเล่นกับฉันเข้าจริงๆ และจริงๆ แล้วจะมีอะไรที่จะต้องเขียนหรือจะต้องพูดอีกเหรอ เพราะว่าคุณก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจตัวหนังสือหรือเข้าใจอะไรได้อีกแล้ว

 

คำพิพากษาของศาลยุติธรรม

 

จากเหตุการณ์คดีอาชญากรรม ผู้ต้องหานั้น ได้สารภาพว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ในช่วงเวลานั้นผู้เสียหายได้เดินทางมาประเทศเกาหลีเนื่องจากได้แต่งงานมากับผู้ต้องหาโดยที่ได้ยึดแต่ผู้ต้องหาเป็นหลักเท่านั้น และก็ไม่สามารถจะติดต่อสื่อสารกับใครได้ และยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับการอาชญากรรมอย่างเจ็บปวดทุข์ทรมาน โดยที่ผลลัพท์เหล่านั้นไม่สามารถที่จะถามถึงความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัดและแน่นอนได้

เพราะฉะนั้นลองมาดูเนื้อหาในจดหมายที่ทิ้งไว้ของผู้เสียหายกัน ด้วยอายุที่น้อยเพียง 19 ปี ของผู้เสียหายที่พยายามจะทำความเข้าใจและพยายามที่จะสร้างความรักความสนใจฉันสามีภรรยากับผู้ต้องหานั้น เธอจึงได้มาประเทศเกาหลีและเริ่มต้นที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับผู้ต้องหา โดยในขณะที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสังคมของประเทศเกาหลีนั้นเธอจึงต้องเรียนรู้ภาษาเกาหลีให้ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่มีความฝันว่าจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่น แต่ว่าผู้ต้องหานั้นไม่ได้ให้ความสนใจต่อผู้เสียหายอย่างเพียงพอ ไม่สามารถเป็นผู้นำในชีวิตการแต่งงานได้อย่างเป็นมิตร โดยอ้างเหตุผลถึงความยากลำบากทางการเงินและภาษา ซึ่งทำให้ยากลำบากต่อการติดต่อสื่อสาร เพราะผลของความไม่ใส่ใจและผลของการควบคุมตนเอง ผู้เสียหายจึงคิดว่าการที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นร่วมกับผู้ต้องหานั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถที่จะร่วมการใช้ชีวิตด้วยกันได้แม้แต่น้อย  และสุดท้ายของชีวิตการแต่งงานกับผู้ต้องหานั้น ก็ต้องจบลงด้วยการเดินทางกลับไปสู่ประเทศเวียดนาม และจากการที่ผู้ต้องหาได้มองปฏิกิริยาโต้ตอบของผู้เสียหายแล้วนั้น ผู้เสียหายนั้นไม่ได้ต้องการที่จะแต่งงานกับผู้ต้องหาตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว แต่ว่าได้ถูกหลอกลวงจากการแต่งงานจึงเป็นเหตุผลให้เกิดเหตุการณ์การอาชญากรรมขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้เกิดการเข้าใจผิดอย่างรุนแรงต่อผู้ต้องหา และมีแนวโน้มที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งในขณะที่ดื่มเหล้าเกินขนาดนั้นจึงทำให้เกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้น จนทำให้ผู้ต้องหานั้นทำการปลดชีวิตผู้เสียหายในที่สุด จากคดีอาชญากรรมนี้แสดงให้เห็นว่าในที่สุดก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่วางแผนไว้ล่วงหน้าหรือมีจุดประสงค์ที่จะปลดชีวิตใดๆ แต่ด้วยเหตุผลของความไม่ใส่ใจของผู้ต้องหาที่ไม่เพียงพอ การเข้าใจผิดที่รุนแรงที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างการดื่มเหล้าที่เกินขนาดนั้นจึงทำให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงต้องทำการพิสูจน์ต่อความผิดที่เป็นจริงของผู้ต้องหา โดยให้มีการพิจารณาออกมาในรูปแบบที่ว่าให้แยกผู้ต้องหาออกมาจากสังคมอย่างหลีกเลี่ยงเลี่ยงไม่ได้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน  

และถ้าเปลี่ยนมุงมองในอีกด้านหนึ่ง อยากที่จะให้ย้อนกลับไปดูเหตุผลที่เป็นรากฐานให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงเหมือนกับคดีนี้บ้าง โดยที่ยึดพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหลัก เนื่องจากผู้ชายชาวเกาหลีที่แต่งงานกับผู้หญิงประเทศที่สามได้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และด้วยเหตุผลของคดีเหล่านี้  ได้รายงานว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มืดมัวของการแต่งงานระหว่างประเทศ  จากที่ผู้ต้องหาไม่สามารถหาผู้ร่วมชีวิตได้ภายในประเทศได้นั้น จึงได้ติดต่อผ่านทางบริษัทจัดหาคู่ และก่อนที่จะได้มาพบเจอกับผู้เสียหายชาวเวียดนามในปัจจุบันได้นั้น ก็ไม่สามารถที่จะมีความรู้สึกที่ลึกซึ้งและมีเวลาเรียนรู้จิตใจกันได้เลย  และด้วยเหตุผลที่ผู้เสียหายนั้นมีลักษณะรูปร่างหน้าตาคล้ายคนเกาหลี ผู้ต้องหาจึงได้เลือกผู้เสียหายมาเป็นคู่ชีวิตในเวลาเพียงไม่กี่นาที จากกระบวนการเหล่านี้ ไม่มีใครที่จะบอกว่าผู้เสียหายเป็นใคร เป็นลูกของใคร แล้วต้องการอะไร  ดังนั้นก็ไม่สามารถที่จะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้เลย หรือแม้ว่าตั้งใจที่จะรับรู้ด้วยตังเองก็ไม่ได้  จุดประสงค์อย่างเดียวที่จะรับรู้ได้ก็คือจะต้องแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เท่านั้น โดยที่หลังจากนั้นก็ไม่ต้องกังวลกับเรื่องอะไรอีกเลย  จึงทำให้ไม่สามารถที่จะตำหนิเรื่องราวเหล่านี้ต่อผู้ต้องหาได้เพียงผู้เดียว

สิ่งเหล่านี้  เป็นเพียงก้าวเดียวเท่านั้นที่ทำให้สังคมของเราเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ได้ทั้งหมด  จากนโยบายการแต่งงานของชายแก่และโสดนั้น จะต้องเป็นผู้หญิงต่างประเทศที่มีสถานภาพทางเศรษกิจต่ำกว่าตนเอง เหมือนกับว่าทำเป็นของนำเข้าที่สามารถจะจัดการได้ดั่งสิ่งที่ไร้ค่า  ด้วยปัญหาทางด้านภาษาและการติดต่อสื่อสารที่ไม่ราบรื่นของหญิงชาย ซึ่งจะต้องมาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันด้วยภาระของการแต่งงาน โดยที่ไม่ยั้งคิดถึงความสมบูรณ์แบบใดๆ สิ่งเหล่านี้ได้บ่งบอกถึงความโง่เขลาของเรา และเป็นสิ่งที่กำลังเป็นที่วิตกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อผลผลิตที่จะจบลงอย่างเยือกเย็นที่เหมือนกับเหตุการณ์เหล่านี้  จากที่ตรงนี้ เราที่อยู่ในสมัยศตวรรษที่ 21 ที่ต้องถูกขังอยู่ภายใต้สังคมของการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ความศิวิไลซ์ของสังคมภายนอก แต่เราก็ต้องยอมรับถึงความเจ็บปวดต่อความป่าเถื่อนที่มีอยู่ภายในตัวเราด้วย    การแต่งงานนั้นจะต้องมาจากความเอาใจใส่ที่สำคัญและเป็นการก่อเกิดที่มาจากความรัก และคุณค่านั้น จะเป็นสิ่งที่สามารถรักษามันได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ในตัวเราจริงๆ เหรอ เกาหลีเป็นประเทศแห่งความฝันและเป็นแผ่นดินที่ฮวังไม ผู้เสียหายได้เดินทางมาเพื่อเป็นภรรยาของผืนแผ่นดินนี้ ความสามารถที่เราจะรักษาความหวังที่สวยงามของเธอเหล่านี้ คงจะไม่มีอยู่กับพวกเราเลยเหรอ ในที่สุดจดหมายที่แสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ของฮวังไม วัยเพียง 19 ปี ก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกละอายมากขึ้น ด้วยคดีนี้ที่เกี่ยวกับผู้ต้องหานั้น ถึงแม้เราจะหวังว่า คดีนี้จะไม่ได้จบลงด้วยการลงโทษทางอาญาก็ตาม ก็เพราะด้วยเหตุผลที่ว่าเขายอมรับความผิดของตนเองนั่นเอง

การจากมาจากบ้านเกิดโดยมีความยากบากลำบากทางด้านการเงิน และยังต้องมาแต่งงานกับคนต่างชาติที่ไม่สามารถสื่อสารกับตนเองได้ และยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่มาจากแผ่นดินที่ห่างไกลแล้วยังไม่สามารถที่จะทำความฝันง่ายๆ ที่จะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นได้ และในที่สุดก็ต้องมาจบชีวิตที่สั้นลงในวัยเพียง 19 ปี เนื่องจากการถูกทำอาชญากรรม และถึงแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตามทางศาลยุติธรรมก็อยากจะให้วิญญานของเธอนั้นไปสู่ความสงบสุข และหลังจากนั้นจึงได้ทำการส่งข่าวการเสียชีวิตของผู้เสียหายต่อครอบครัวของผู้เสียหายโดยผ่านทางบริษัทที่ช่วยเหลือในการจัดหาคู่และทางหลักฐานของผู้ต้องหา ทางบริษัทจัดหาคู่นั้นได้ทำการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะแวดล้อมทางด้านการเจริญเติบโต สภาพแวดล้อมของการใช้ชีวิตของครอบครัวของผู้เสียหายและตรวจสอบข้อมูลที่แท้จริงของศาลยุติธรรม แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ  ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าซึ่งมีความเกี่ยวข้องหรือติดต่อผ่านทางผู้ต้องหาแล้วก็ตาม ก็ไม่สามาถที่จะยืนยันข้อมูลหลักฐานของครอบครัวผู้เสียหายได้ เพราะฉะนั้นจากการที่ไม่สามารถจะค้นหาแนวทางที่จะติดต่อส่งข่าวการเสียชีวิตของผู้เสียหายนั้นได้  ก็ได้เพียงแต่เสียใจต่อการพิพากษาคดีนี้เท่านั้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผู้ต้องหาจึงยังไม่มีโอกาสที่จะขออภัยต่อครอบครัวของผู้เสียหายได้

เมื่อดูจากรูปการณ์ของผู้ต้องหาดังต่อไปนี้ เช่น อายุ, การข่มขืนใจ, ความเกี่ยวพันธ์กับการบันทึกคดีอาชญากรรม , แรงกระตุ้นในการทำอาชญากรรม, รายละเอียดของอุบัติเหตุ, ผลลัพธ์และสถานการณ์หลังจากการอาชญากรรม เป็นต้นแล้ว เงื่อนไขในการทำผิดทางกฏหมายนั้น เมื่อได้ดูเหตุผลที่หลากหลายรวมกันแล้ว จึงได้ทำการตัดสินให้ผู้ต้องหาติดคุกเป็นระยะเวลา 12 ปี ซึ่งเป็นการตัดสินครั้งแรก โดยที่ไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมที่หนักหรือว่าเบามากเกินไป

 

 

  • วิถีชีวิตในเกาหลี
  • การพำนักอาศัย /
การได้รับสัญชาติ
  • โรงเรียน  /การศึกษา
  • การคลอดบุตร /
การเลี้ยงดู
  • ด้านสุขภาพ

  • วิถีชีวิตในท้องถิ่น
  • ประวัติชุงนัมโดยสังเขป
  • การคมนาคมขนส่ง
  • งานรักษาพยาบาล
  • วัฒนธรรมประเพณี
  • งานปรึกษาหารือ
  • งานช่วยเหลือครอบครัว
หลากวัฒนธรรม

Footer